FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

Intuch1

   

BAACx

   

GHBx60

   

Kform18

   
3d slider slice box
   
   


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 20-11-18

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน At The Open
Market summary
เมื่อวานที่ผ่านมา SET แกว่งตัวในกรอบแคบด้วยมูลค่าซื้อขายที่เบาบาง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารเผชิญกับแรงขายนำโดย KBANK, BBL, SCB คาดเป็นผลจาการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าคาด ในขณะที่หุ้นกลุ่มโรงกลั่นอย่าง TOP, SPRC โดนแรงขายเช่นกัน ณ.สิ้นวัน SET ปิดที่ 1,636.4 จุด (+1.4 จุด) ด้วยมูลค่าการซื้อขายราว 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าที่ 3.7 หมื่นล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกครั้งที่ 469 ล้านบาท พร้อมเปิดสถานะ Long SET50 index future สุทธิ 3,169 สัญญา
Investment theme
เริ่มเห็นผลกระทบจากสงครามการค้าผ่านการส่งออกไทยที่ลดลง จับตาโอกาสธปท.พิจารณาเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย : เมื่อวานที่ผ่านมาสภาพัฒน์รายงานตัวเลขอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด ที่ 3.3% (คาด 4.2%) ต่ำสุดในรอบ 7 ไตรมาส ภาพรวม 9เดือน เติบโต 4.3% โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ GDP ต่ำกว่าคาดได้แก่ภาคการส่งออกลดลงจากไตรมาสก่อนเหลือ 2.6% (จาก 12.3% ในไตรมาสก่อน) และภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว 2.7% เป็นผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงจากปีก่อนที่ 11% เหลือ 3.4% /GDP ซึ่งในระยะกลางอาจเป็นปัจจัยให้ค่าเงินมีความผันผวนสูงขึ้น (ไม่ดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง) อย่างไรก็ตาม Domestic ยังคงเติบโตดี โดยการบริโภคในประเทศยังเติบโตต่อเนื่องที่ 5.0% สูงสุดในรอบ 22 ไตรมาส (ขยายตัวทั้งสินค้าคงทน, กึ่งคงทนและไม่คงทน) ในขณะที่ภาคลงทุนเติบโต 3.9% (ขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4) โดยสรุปเราประเมินว่า 1) ยังคงแนะนักลงทุนระมัดระวังเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 60% อย่างไรก็ตาม 2) กลุ่มอิงการบริโภคในประเทศยังสามารถลงทุนได้ เช่น กลุ่มค้าปลีกและก่อสร้าง 3)จับตา ธปท.มีโอกาสยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้
Investment Theme: สัปดาห์นี้ประเมินกรอบ SET 1,620-1,650 จุด คงคำแนะนำถือเงินสดไม่ต่ำกว่า 40% พร้อมเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มอสังหา, โรงกลั่น , TV-Digital และทยอยสะสมหุ้น Defensive และ Downside จำกัด นำโดย EGCO และทยอยสะสม BEM
Big issue
เมื่อคืนที่ผ่านมา สภาพัฒน์รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาดที่ 3.3% โดยคาดทั้งปีโตที่ 4.2% , พร้อมปรับเป้าการส่งออกเหลือ 7.2% จาก 10% / EU สนับสนุนฝรั่งเศสคว่ำบาตรอิหร่าน
Stock pick : -
Trading idea - ทยอยสะสมหุ้น Defensive นำโดย EGCO เราประเมิน Downside จำกัด ในขณะที่โครงการที่เกาหลีคิดเป็นมูลค่าเพิ่มอีกถึง 14.0บาท (จากระดับ 259.0 บาท)
Technical View
แรง Rebound ยังไม่แข็งแกร่ง, ยังคงแนวโน้มขาลง มองแนวรับถัดไป 1620: ดัชนีแกว่ง Sideway ในกรอบแคบ หุ้นในกลุ่มค้าปลีกและสื่อสารที่มีแรงขายหนักในวันก่อนหน้าเริ่มมีแรงซื้อกลับเล็กน้อย ทำให้ระหว่างวันเริ่มมีแรง Rebound แต่ยังมองว่าไม่แข็งแกร่งมากพอ จึงยังคงมองว่าดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวลต่อ มองแนวรับถัดไปที่ 1620 และ 1600 ตามลำดับ สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นแนะนำให้ชะลอการเก็งกำไรจนกว่าดัชนีจะเริ่มหยุดลงหรือ Rebound อย่างมีนัยยะ หรือหากยังมีหุ้นจังหวะ Rebound ระหว่างวันยังมองเป็นโอกาสขายเพื่อลดพอร์ตการลงทุน
กลยุทธ์การลงทุน 1) มีหุ้น: จังหวะ Rebound ระหว่างวันมองเป็นโอกาสขายเพื่อลดพอร์ต หรือหากหลุด Low 1630 แนะนำ Stop Loss 2) ไม่มีหุ้น: แนะนำรอดูแนวโน้มที่แนวรับถัดๆไปจนกว่าดัชนีจะเริ่มหยุดลงหรือ Rebound อย่างมีนัยยะ
แนวรับ : 1620, 1630 แนวต้าน : 1640, 1645
Keep an eye on…
ปัจจัยต่างประเทศ: จับตา EC พิจารณางบขาดดุลอิตาลี -
ปัจจัยในประเทศ:
หุ้นเทคนิค:
CKP (B 5.00-5.10, Tp 5.30//5.45, Cut 4.90)
HMPRO (B 14.40-14.80, Tp 15.50//16.00, Cut 14.20)
ข่าวเด่นเช้านี้
BTS-CP ฉลุยผ่านซองคุณสมบัติ ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน เปิดซองราคาธ.ค.นี้ (ข่าวหุ้น)
"ร.ฟ.ท." เปิดซองคุณสมบัติรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เผย 2 บิ๊กเนม "BTS-CP" ควงคู่ผ่านฉลุย เตรียมเข้าแข่งซองเทคนิค พร้อมเปิดซองราคาธ.ค.นี้
ความเห็น : โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่าลงทุน 2.2 แสนล้านบาท คืบหน้าตามแผน ซึ่ง 2 กลุ่ม คือ BSR (BTS+STEC+RATCH) และ กลุ่ม CP (เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง+BEM+CK+ITD+CRCC) ผ่านคุณสมบัติ และจะใช้เวลาพิจารณาเทคนิค 3 สัปดาห์ ก่อนเปิดข้อเสนอซองที่ 3 ราคาในเดือน ธ.ค. นี้ และ ทำการต่อรองอีก 2 สัปดาห์ นอกจากนี้โครงการ EEC อีก 4 โครงการ 4.7 แสนล้านบาทกำลังทยอยประมูล กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เราแนะนำ เก็งกำไรใน STEC (เป้าหมาย 29 บาท) และ CK (เป้าหมาย 31 บาท)
'ปตท.สผ.'เล็งซื้อกิจการเพิ่ม (กรุงเทพธุรกิจ)
ศึกษาแหล่งสำรวจในเอเชีย วางงบโครงการละ 500-1,000 ล้านดอลล์ "ปตท.สผ." เล็งซื้อ กิจการแหล่งสำรวจในเอเชียเพิ่ม หวังเพิ่มปริมาณสำรอง ตั้งงบลงทุนไว้โครงการละ 500-1,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมเล็งต่อยอดธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซใน เมียนมา-มาเลเซีย
ความเห็น : เรายังไม่มีรายละเอียดของโครงการที่จะลงทุนเพิ่มจึงยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมการประเมินมูลค่าต่อไป เราได้รวมมูลค่าเพิ่มจากการซื้อสัดส่วน 22.2% ในแหล่งบงกชไปแล้ว ขณะที่การลงทุนโครงการ Gas to Power ในเมียนมา และมาเลเซีย เป็นโครงการอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลของประเทศนั้นๆ โดยอาจร่วมมือกับ GPSC ที่เป็นแกนนำของกลุ่มในธุรกิจไฟฟ้า เบื้องต้นคาดกำลังผลิตประมาณ 300-350 MW ในเมียนมา เรายังไม่รวมโรงการเหล่านี้ในประมาณการ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะมีโอกาสประกาศโครงการซื้อกิจการเร็วๆ นี้ แนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 160 บาท เทคนิคแกว่งสร้างฐาน ไม่ควรหลุดเส้น EMA 200 วันที่ 131.5 บาท
GPSC ยื่นอุทธรณ์กรณีห้ามซื้อ GLOW นำเสนอข้อมูลใหม่ (ทันหุ้น)
GPSC ยื่นอุทธรณ์มติ กกพ.กรณีห้ามซื้อ GLOW พร้อมตอบทุกข้อกังวล อิงหลักมาตรฐานปฏิบัติสากล โดยเฉพาะด้านการปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ไม่ผูกขาด สร้างประโยชน์สูงสุดต่อสังคม
ความเห็น : ยังคงต้องรอความเห็นจาก กกพ ซึ่งคาดจะใช้เวลา 30 วัน และอาจต่อเวลาไปได้อีก 30 วัน จากวันที่ยื่นอุทธรณ์วันที่ 12 พ.ย. 2561 แม้ประเด็นนี้อาจทำให้เกิดความไม่ชัดเจนต่อการเติบโตของ GPSC อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าบริษัทได้พิจารณาการเติบโตจากส่วนอื่นๆ ควบคู่ไปด้วยอยู่แล้ว ขณะที่การซื้อ GLOW ได้หรือไม่ ไม่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าของ GPSC แนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย 66 บาท แกว่ง sideway ในกรอบ 53-58 บาท
MAJOR รายได้ชนหมื่นล.ทุ่ม 800 ล. เพิ่มสาขาใหม่ (ทันหุ้น)
MAJOR ตั้งเป้ารายได้ปี 2562 โต 10-15% อัดฉีดงบลงทุน 700-800 ล้านบาท เพิ่มสาขา 74 สาขาทั้งในและต่างประเทศ คาดแตะ 1,000 สาขา ในปี 2563 ส่วนภาพรวมปีนี้มั่นใจโต 5-10% ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท มองทิศทางไตรมาส 4/2561 พุ่ง รับอานิสงส์หนังใหญ่ทยอยเข้าฉายเพียบ
ความเห็น : MAJOR ยังเน้นเปิดสาขาในต่างจังหวัดซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้จากหนังไทยเพิ่มขึ้น คาดกำไร 4Q61 เติบโตทั้ง QoQ และ YoY จากหนังหลายเรื่องทำรายได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะเรื่อง นาคี 2 แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 30 บาท เทคนิคแนวรับ 21.9 ต้าน 23 บาท
'MINT' ดีลซื้อกิจการต่อ 'NH Hotel' หนุนปี 62 พุ่ง (ทันหุ้น)
MINT จ่อชงบอร์ดทบทวนแผน 5 ปีใหม่ (ปี 2562-2566) ภายในปีนี้ จากเดิมคาดกำไรจะโตเฉลี่ยปีละ 15-20% คาดทั้งปีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเกือบ 70% ขณะที่ดีลซื้อกิจการต่อเนื่อง เผยรวมงบของ NH Hotel เข้าในไตรมาส 4 นี้ ส่งผลให้ D/E ต่ำกว่า 1.75 เท่า ฟากโบรกคาดผลงานไตรมาส 4/2561 ฟื้นตัว เข้าช่วงไฮซีซัน ประเมินราคาเหมาะสม 48.50 บาท
ความเห็น : ภายหลังจาก tender offer MINT ถือหุ้นใน NH Hotel 94% ซึ่งทำให้ MINT สามารถรวมงบของ NH Hotel เข้ามาได้ เบื้องต้นเราคาดว่า D/E จะอยู่ในระดับ 1.9 เท่า อย่างไรก็ตาม MINT จะต้องทำให้ D/E ลงมาต่ำกว่า 1.75 เท่าซึ่งเท่ากับข้อตกลงทางการเงินที่ MINT มีให้ต่อเจ้าหนี้ โดย MINT อาจจะเลือกวิธีบันทึกกำไรจากเงินลงทุน NH Hotel ภายหลังการประเมินมูลค่า หรือออก perpetual bond รอบที่สอง ทั้งนี้เรายังอยู่ระหว่างปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสม เทคนิคแกว่งลง แนวรับ 34 ต้าน 38 บาท
นักวิเคราะห์ : สรพล วีระเมธีกุล / วิจิตร อารยะพิศิษฐ / จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์
Research Department Tel. 02-658-5000

ดัชนีปิดบ่ายที่ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด ซื้อขาย 36,386.61 ล้านบาท

ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดร่วง 24.45 จุด วอลุ่มบางสะท้อน นลท.ขาดความเชื่อมั่นหลังมองเศรษฐกิจไทยชะลอ
SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด ซื้อขาย 36,386.61 ล้านบาท ตามทิศทางตลาดต่างประเทศส่วนใหญ่ นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงด้วยมูลค่าการซื้อขายไม่มากนัก สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่มั่นใจกลับเข้ามาลงทุน และบางส่วนทยอยขายลดความเสี่ยง หลังมองทิศทางเศรษฐกิจไทยชะลอตัว และขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ โดยยังรอติดตามการพบปะของผู้นำสหรัฐ-จีนปลายเดือน พ.ย.ติดตามความคืบหน้าสงครามการค้า ส่วนแนวโน้มพรุ่งนี้มีโอกาสดัชนีปรับลงต่อในกรอบจำกัด และอาจฟื้นตัวสลับขึ้นได้บ้าง โดยมองกรอบ 1,608-1,630 จุด
ตลาดหลักทรัพย์ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด (-1.49%) มูลค่าการซื้อขาย 36,386.61 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยดัชนีฯแตะจุดสูงสุดที่ 1,632.23 จุด และแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,610.18 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 275 หลักทรัพย์ ลดลง 1,241 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 269 หลักทรัพย์
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงด้วยมูลค่าซื้อขายที่ไม่มากนัก สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นต่อทิศทางตลาด ทำให้นักลงทุนไม่กลับเข้ามาลงทุน และบางส่วนก็ทยอยขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ตลาดขาดปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อน โดยระยะสั้นยังรอความคืบหน้าการเจรจาทางการค้าระหว่างผู้นำของสหรัฐและจีนที่จะหารือนอกรอบการประชุม G20 ในช่วงวันที่ 30 พ.ย.นี้
ขณะเดียวกันตลาดยังกังวลเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีทิศทางชะลอตัว หลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของไทยในไตรมาส 3/61 ออกมาต่ำกว่าคาด และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศมีแนวโน้มชะลอออกไปจนถึงปลายไตรมาส 1/61 เป็นแรงกดดันให้เกิดแรงขายหุ้นในกลุ่มแบงก์ออกมามาก รวมถึงน่าจะยังคงเห็นแรงขายของต่างชาติอย่างต่อเนื่องด้วย
ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้ มองว่าดัชนีมีโอกาสปรับลงต่อในกรอบจำกัด และอาจฟื้นตัวสลับขึ้นได้บ้างเพื่อรอดูปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามา โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวที่บริเวณ 1,608-1,630 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,539.43 ล้านบาท ปิดที่ 192.00 บาท ลดลง 4.50 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,497.08 ล้านบาท ปิดที่ 133.00 บาท ลดลง 3.50 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,343.22 ล้านบาท ปิดที่ 48.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,132.44 ล้านบาท ปิดที่ 68.75 บาท ลดลง 0.75 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,126.55 ล้านบาท ปิดที่ 177.50 บาท ลดลง 3.00 บาท
-อินโฟเควสท์

ราชกิจจาฯประกาศ กกต.กำหนดเลือก ส.ว.16-27 ธ.ค.รับสมัคร 26-30 พ.ย.61

ราชกิจจาฯประกาศ กกต.กำหนดเลือก ส.ว.16-27 ธ.ค.รับสมัคร 26-30 พ.ย.61 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกและวันรับสมัครสมาชิกวุฒิสภาในวันที่ 16-27 ธันวาคม 2561 โดยเปิดรับสมัคร วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2561 ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ2561 ประกอบข้อ 45 ข้อ 51 และข้อ 54 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 และมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่65/2561 (29) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 จึงประกาศกำหนดวันเลือกและวันสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ดังต่อไปนี้   - วันเลือกระดับอำเภอ วันที่ 16 ธันวาคม 2561   - วันเลือกระดับจังหวัด วันที่ 22 ธันวาคม 2561   - วันเลือกระดับประเทศ วันที่ 27 ธันวาคม 2561 กำหนดวันรับสมัครสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2561 ระหว่างเวลา 8.30-16.30 น. ณ สถานที่ ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนด

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย จากแรงหนุนปริมาณน้ำมันดิบที่จะขาดหายไป

ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย จากแรงหนุนปริมาณน้ำมันดิบที่จะขาดหายไป + ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมกลุ่มโอเปกวันที่ 6 ธ.ค. โดยจะผลักดันให้ประเทศในกลุ่มสมาชิกร่วมมือกัน รวมถึงรัสเซีย ในขณะที่นาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียมีแผนที่จะลงนามในข้อตกลงกับทางโอเปก แต่ต้องการที่จะหารือในวันที่ 6 ธ.ค. เสียก่อน + นอกจากนี้ ตลาดกังวลปริมาณน้ำมันดิบส่งออกจากอิหร่าน เนื่องจากอียูสนับสนุนรัฐบาลฝรั่งเศสคว่ำบาตรพลเมืองอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับแผนวางระเบิดใกล้กรุงปารีสที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น +/- Genscape รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลงในสัปดาห์ก่อน สนับสนุนราคาน้ำมันดิบ WTI ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงและจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นยังกดดันสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในภูมิภาคเอเชียยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันเบนซินในแต่ละภูมิภาคยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่นในญี่ปุ่นและไต้หวันหลังปิดซ่อมบำรุง ไทยออยล์ คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 64-68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปัจจัยที่น่าจับตามอง คาดอุปทานน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง หลังผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและประเทศรัสเซียมีการหารือถึงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ลง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับการผลิตในเดือน ต.ค. เพื่อรักษาสมดุลของตลาดน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มถูกกดดันจากการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันดิบโลกที่ลดลง หลังกลุ่มโอเปกเปิดเผยการคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันดิบในปี 2562 ประจำเดือน พ.ย. 61 ว่าจะเติบโตที่ 1.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับลดลงจากการคาดการณ์ในเดือน ต.ค. 61 ราว 70,000 บาร์เรลต่อวัน ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ ปริมาณน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันดิบ 7 แหล่ง ในประเทศสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นราว 113,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 7.94 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ธ.ค. 61 Click Donate Support Web

ทิสโก้ เวลธ์ ยกทัพกูรูเจาะกลยุทธ์ลงทุนปี 62 จัดสรรเงินสร้างกำไร-หลบภัยในภาวะตลาดป่วน

ทิสโก้ เวลธ์ ยกทัพกูรูเจาะกลยุทธ์ลงทุนปี 62 จัดสรรเงินสร้างกำไร-หลบภัยในภาวะตลาดป่วน ทิสโก้ เวลธ์ จัดงานสัมมนา TISCO Wealth Investment Forum ยกทัพกูรูวิเคราะห์เจาะกลยุทธ์การจัดพอร์ตส่งท้ายปี หัวข้อ 'ทันเกมลงทุนปี ‘62 เจาะลึกโอกาสสร้าง Wealth ท่ามกลางความผันผวนโลก’ เผยปี 2562 ตลาดโลก-ไทยผันผวนหนัก แนะเพิ่มความระมัดระวัง-เลือกลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ -ซื้อหุ้นรายตัว พร้อมจับตาความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด คาดดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีแรกแตะ 1,780 จุด นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobpol,Head of Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยในงานสัมมนา TISCO Wealth Investment Forum ว่า ในปี 2562 ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะมี ‘ตัวฉุดเยอะ แต่ตัวช่วยน้อย’ โดยตัวฉุดหลักมาจาก 1.สงครามการค้า หากสหรัฐฯ และจีนไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกให้ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนและกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างเต็มที่ในปีหน้า จากปีนี้ที่ตัวเลขการส่งออกของทั่วโลกน่าจะเติบโตได้ในระดับที่ค่อนข้างดี เพราะผู้ประกอบการเร่งส่งออกสินค้าก่อนที่ผลของการประกาศขึ้นภาษีจะมีผลบังคับใช้ 2. แรงส่งจากการปรับลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่าจะแผ่วลงในช่วงปลายปีหน้า และจะเป็นปัจจัยฉุดเศรษฐกิจต่อเนื่องไปถึงปี 2563 และ 3. แรงกดดันจากการขึ้นภาษีการบริโภคของญี่ปุ่นในเดือน ต.ค. 2561 อาจทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกหดตัว ขณะที่ตัวช่วยมีน้อยลง จากภาครัฐและธนาคารกลางมีเครื่องมือจำกัดที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในกรณีที่เศรษฐกิจชะลอลงแรง หากพิจารณาจากนโยบายการเงิน เช่น นโยบาย QE และนโยบายดอกเบี้ย ที่กำลังถูกถอนออกเรื่อยๆ เนื่องจากเงินเฟ้อเริ่มฟื้นตัว ทำให้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ จะเดินหน้าลดงบดุลและขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะหยุด QE ภายในสิ้นปีนี้ และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ปีหน้า ทำให้นโยบายการเงินเริ่มตึงตัวขึ้น และสภาพคล่องที่ล้นโลกเริ่มถูกทยอยดึงออกทีละน้อย ด้านนโยบายการคลัง ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ถือเป็นประเทศใหญ่ประเทศเดียวที่ยังพอมีกระสุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สหรัฐฯ กลับนำกระสุนมาใช้อย่างพร่ำเพรื่อ โดยได้ประกาศลดภาษีทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาลงในปีที่แล้ว รวมทั้งผ่านร่างงบประมาณเพิ่มการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ จึงทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้อย่างร้อนแรงในปีนี้ แต่ปกติการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้มักจะทำในช่วงเศรษฐกิจขาลงเท่านั้น ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบันนั้นตรงกันข้าม โดยอัตราการว่างงานสหรัฐฯ ต่ำกว่า 4% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 50 ปี การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวดีมาก ดังนั้น การดำเนินนโยบายดังกล่าวจึงกลายเป็นการสร้างภาระหนี้ภาครัฐโดยไม่จำเป็นและยังเป็นข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต ส่วนญี่ปุ่นและยุโรป การใช้นโยบายการคลัง เช่น การลดภาษีหรือเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐค่อนข้างมีข้อจำกัด เนื่องจากรัฐบาลมีภาระหนี้สูงอยู่แล้ว ขณะที่จีนก็ประสบปัญหาเรื่องภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงเช่นกัน ทำให้เครื่องมือเดิมๆ เช่น การปล่อยกู้และการลงทุนไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป จีนจึงต้องหันไปใช้เครื่องมืออื่น เช่น การลดภาษีและการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เห็นผลช้ากว่า และรัฐบาลก็ลังเลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เนื่องจากกลัวปัญหาหนี้ที่จะตามมาในระยะยาว สำหรับ ภาพเศรษฐกิจไทยในปี 2562 นายคมศร กล่าวว่า การท่องเที่ยวและการส่งออกที่เคยเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มอ่อนกำลังลงในปีหน้า โดยการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่ง ESU ประเมินว่าเป็นผลจากค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงแรงในปีนี้ (เงินหยวนอ่อนค่าลงประมาณ 11% นับจากเดือนเม.ย.) ฉะนั้นถ้าในปีหน้าค่าเงินหยวนไม่ฟื้นตัว โอกาสที่จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนกลับมาโตดีคงเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ กรณีที่จีนยกเลิกการห้ามขายแพ็คเกจทัวร์ไปเกาหลีเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ในไตรมาส 2 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปเกาหลีเติบโตสูงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ดังนั้น เกาหลีจึงน่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญและทำให้การท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบพอสมควร ส่วนการส่งออกในปี 2562 น่าจะชะลอตัวลงจากปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีประมาณ 8% โดย 3 % จาก 8% มาจากการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน ซึ่งถ้าราคาน้ำมัน (Brent) ยังทรงตัวอยู่ที่ 70-80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในปีหน้าการส่งออกสินค้าเหล่านี้น่าจะไม่เติบโต ส่วนอีก 2% มาจากการส่งออกรถยนต์ที่ในปีหน้าจะได้รับผลกระทบจากยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลียซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ติดลบติดต่อกันต่อเนื่องมาหลายเดือน จึงน่าจะทำให้การส่งออกรถยนต์ในปีหน้าไม่ค่อยสดใสนัก ส่วนที่เหลือจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าค่อนข้างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ภาพของเศรษฐกิจที่ดูชะลอลง ประกอบกับข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ น่าจะทำให้ปีหน้าเป็นปีที่ตลาดผันผวนไม่น้อยไปกว่าปีนี้ และการลงทุนยังคงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล.ทิสโก้ (Mr.Viwat Techapoonphol, Deputy Managing Director, Head of Technical Analysis, TISCO Securities Co., Ltd) กล่าวว่า ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยในไตรมาสที่ 1 จะทำจุดสูงสุดของปี 2562 เพราะช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยจะมีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่นักลงทุนเข้ามาซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล และในช่วงนี้หุ้นไทยซื้อขายในราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต โดยปัจจุบันมีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 14.5 เท่า จากค่าเฉลี่ยในอดีตที่อยู่ที่ 15.5 เท่า สำหรับแนวรับและแนวต้านในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าหุ้นไทยจะมีแนวต้านที่ 1,780 จุด และมีแนวรับที่ 1,600 จุด ส่วนหุ้นเด่นสำหรับไตรมาสที่ 1 แนะนำให้เข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ คือ BBL หุ้นกลุ่มรับเหมา คือ CK หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการ EEC คือ WHA หุ้นกลุ่มขนส่ง คือ BTS และหุ้นกลุ่มสื่อนอกบ้านคือ PLANB “ในปีหน้าตลาดหุ้นทั่วโลกจะผันผวนใกล้เคียงหรือมากกว่าปีนี้ ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนไปด้วย โดยบล.ทิสโก้มองว่าหุ้นไทยจะผันผวนในกรอบกว้าง ซึ่งต้องจับตาในเดือนมี.ค. 2562 ว่า ปัจจัยบวกเรื่องการเลือกตั้งและการจ่ายปันผลของบริษัทต่างๆ (Dividend & Pre Election Rally) จะเป็นแรงส่งทำให้ดัชนีหุ้นไทยยืนเหนือระดับ 1,780 จุด ได้หรือไม่ ซึ่งบล.ทิสโก้มองว่าเป็นระดับสูงสุดของปี 2562 แต่ในทางเทคนิคหากดัชนีไปยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ หุ้นไทยจะไปต่อที่ 1,850 - 1,900 จุด กรณีที่ยืนไม่ได้หรือไม่ทะลุ 1,780 จุด หุ้นไทยจะเข้าสู่ขาลงครั้งใหญ่ และจะเป็นขาลงต่อเนื่องยาวนานไปอีก 2-3 ปี โดยมีแนวรับแรกที่ 1,600 จุด จากนั้นจึงค่อยมาทบทวนกันอีกรอบ” นายวิวัฒน์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าหุ้นไทยทั้งปี 2562 จะเป็นลักษณะแกว่งตัวออกข้าง หรือปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องติดตามสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศในขณะนั้นมาประกอบกัน ลักษณะของการลงทุนในหุ้นไทยช่วงนี้จึงแนะนำให้ลงทุนในระยะสั้น ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องและประเมินสถานการณ์เดือนต่อเดือน ส่วนการลงทุนในทองคำนั้นประเมินว่าในปี 2562 ราคาทองคำน่าจะปรับตัวขึ้นตามความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยไว้จัดพอร์ตการลงทุน โดยประเมินแนวต้านของทองคำในปี 2562 ไว้ที่ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr.Saharat Chudsuwan, Head of Marketing and Wealth Advisory, Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co., Ltd.) กล่าวว่า บลจ.ทิสโก้ประเมินว่าในปี 2562 ภาวะการลงทุนของตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นโลกจะผันผวนไม่ต่างจากปี 2561 เพราะมีปัจจัยต่างๆ เข้ามากระทบตลอดทั้งปี โดยตลาดหุ้นไทยต้องระวังแรงขายทำกำไรหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากนักลงทุนจะเริ่มกังวลถึงความไม่แน่นอนด้านนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ที่คาดว่าอาจจะมาจากหลายพรรคการเมือง รวมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่คาดว่าจะเริ่มทยอยปรับขึ้นในปี 2562 ส่วนตลาดหุ้นโลกต้องจับตาความต่อเนื่องของการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง และการยุติมาตรการ QE ของยุโรป รวมถึงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่หากยังคงยืดเยื้อ และไม่มีข้อสรุปนั้น ในระยะกลางอาจจะได้เห็นผลกระทบของกรณีดังกล่าวสะท้อนไปยังอัตราการขยายตัวของกำไรของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเอเชียและแปซิฟิค ในฐานะที่เป็นผู้เกี่ยวข้องหลักในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าและบริการหลายๆ ประเภท สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนในปี 2562 บลจ.ทิสโก้มองว่าด้วยความผันผวนที่เกิดขึ้นนั้น นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในเลือกลงทุนให้มากขึ้น (Selective Buy) พร้อมให้ความสำคัญกับการจัดพอร์ตลงทุน ด้วยการเลือกลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท (Asset Allocation) เพื่อลดความผันผวนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ในส่วนกองทุนหุ้นนั้นคาดว่าจะมีความผันผวนสูง โดยตลาดหุ้นที่ บลจ. ทิสโก้มองว่ายังน่าลงทุนคือตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพราะมีปัจจัยบวกที่สำคัญรออยู่ คือ การดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง และราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ไม่แพง นอกจากนี้ บลจ.ทิสโก้ยังมองว่าตลาดหุ้นไทยเป็นอีกตลาดหุ้นหนึ่งที่น่าสนใจลงทุน เพราะมีปัจจัยบวกจากข่าวการเลือกตั้ง เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และค่าเงินบาทที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ (Healthcare) ก็มีความน่าสนใจ เนื่องจากหุ้นกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีรายได้ที่ไม่ผันผวนนักเพราะธุรกิจมีความสัมพันธ์กับวัฏจักรของเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย รวมถึงหุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐฯ ที่ผลประกอบการยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งตามสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เติบโตได้ดี อีกทั้งคาดว่าจะได้รับผลดีจากดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น บลจ.ทิสโก้จึงขอแนะนำกองทุนเด่น 5 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล เฮลธ์แคร์ สตาร์ พลัส (TGHSTARP) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่มีศักยภาพสูงทั่วโลก 2.กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส ไฟแนนเชียล (TUSFIN) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงินในสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะได้รับผลดีจากสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น 3.กองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน อิควิตี้ (TISCOJP) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่คาดว่าเป็นตลาดที่ได้รับผลดีจากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่อง เศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว และราคาหุ้นถือว่าไม่แพง 4.กองทุนเปิด ทิสโก้ สแตรทิจิก ฟันด์ (TSF) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว จาก Morning Stars (ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 พ.ย.61) เน้นลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนได้ตามสถานการณ์ 5. .กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล อินคัม พลัส (TGINC)ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลกเช่น ตราสารหนี้โลก หุ้นโลก รวมไปถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งในและต่างประเทศ ช่วยนักลงทุนจัดพอร์ตครบจบในกองทุนเดียว และ6.กองทุนเปิด ทิสโก้ อินคัม พลัส (TINC) ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์หลายประเภท โดยเป็นการลงทุนในประเทศเป็นหลัก เช่น ตราสารหนี้ไทย หุ้นไทย รวมไปถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ กองทุนเปิด TGHSTARP TSUFIN TISCOJP TGINC และ TINCเป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศจึงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนจึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน นอกจากนี้ กองทุนเปิด TGHSTARP และ TUSFIN ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้สนใจลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้าเงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. ทิสโก้ หรือ ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา หรือ TISCO Contact Center โทร. 02-633-6000 กด 4 สำหรับผู้ที่สนใจบริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ/อีทีเอฟต่างประเทศ ของ บล.ทิสโก้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ TISCO Global Trade โทร. 02-633-6655 Click Donate Support Web


   
Title Category Hit
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 20-11-18บทวิเคราะห์732
ดัชนีปิดบ่ายที่ 1,612.03 จุด ลดลง 24.45 จุด ซื้อขาย 36,386.61 ล้านบาทตลาดหลักทรัพย์803
ราชกิจจาฯประกาศ กกต.กำหนดเลือก ส.ว.16-27 ธ.ค.รับสมัคร 26-30 พ.ย.61กกต. 925
ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นเล็กน้อย จากแรงหนุนปริมาณน้ำมันดิบที่จะขาดหายไปพลังงาน951
ทิสโก้ เวลธ์ ยกทัพกูรูเจาะกลยุทธ์ลงทุนปี 62 จัดสรรเงินสร้างกำไร-หลบภัยในภาวะตลาดป่วนบล.753
บล.บัวหลวง เผยแรงเก็งกำไรธุรกรรม Block Trade เหนียวแน่น หลังดัชนีเดือนต.ค.ปรับฐานแรง 4.97%บล.941
BOI คาดยอดส่งเสริมการลงทุนปีนี้แตะ 7.2 แสนลบ.ตามเป้าบีโอไอ859
ส.อ.ท.เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ต.ค.61 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย อยู่ที่ 92.6สภาอุตสาหกรรม962
กคช.เผยผลกำไรสุทธิปี 2561 สูงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ พร้อมเดินหน้าองค์กรสู่ความโปร่งใสอสังหาริมทรัพย์ฯ890
ผู้ว่าธปท.รับจีดีพี Q3 ต่ำคาด - ลุยแก้เกณฑ์คุมแบงก์ลดต้นทุนกว่าพันลบ.ธปท.878
NRIP ดึง 'เกศรา มัญชุศรี'นั่งประธานบอร์ด ผนึก'ดุสิตธานี'เดินหน้าขยายโอกาสธุรกิจอาหารไทยกระจายทั่วโลกบริษัทจดทะเบียน753
ทิสโก้ เวลธ์ ยกทัพกูรูเจาะกลยุทธ์ลงทุนปี 62 จัดสรรเงินสร้างกำไร-หลบภัยในภาวะตลาดป่วนบลจ.711
บลจ.ธนชาต คาด AUM สิ้นปี 61 แตะ 2.3 แสนลบ.มองปีหน้าตลาดหุ้นไทย-ตลาดเกิดใหม่เอเชียยังน่าสนใจบลจ.349
กองทรัสต์ SHREIT ประกาศจ่ายให้ผู้ถือหน่วย 0.2561 บาทต่อหน่วย รับทรัพย์สินโรงแรมทั้ง 3 แห่ง ทำรายได้ครึ่งปีหลัง 3 เดือนโดดเด่นต่อเนื่อง โชว์ผลงาน 10 เดือนแรกปี 61 จ่ายผลตอบแทนรวม 0.5997 บาทต่อหน่วยบลจ.304
PLAT เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป โชว์ 9 เดือนปี 61 รายได้ 1,560 ล้านบาท กำไร 588 ล้านบาท ปักธงเปิดตัวโครงการ 'เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก' 14 กุมภาพันธ์ ปี 2562บริษัทจดทะเบียน314
พานาโซนิค เกาะกระแส สมาร์ท ซิตี้ ส่งเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดใหม่ล่าสุด ลุยตลาดการตลาด 339
ฟิลิปส์ เปิดตัวเครื่องปั่น 'Philips High Speed Vacuum Blender' นวัตกรรมใหม่แห่งการปั่นด้วยระบบสุญญากาศ ช่วยเก็บสมูทตี้ให้สดใหม่ได้ตลอดวัน[i]การตลาด 335
งาน SA-BUY CAR FESTIVAL มหกรรมรถดี น่าใช้ By ภัทรลิสซิ่ง กระแสแรงเกินคาด ยอดขายในงานทะลุเป้ากว่า 80% Leasing330
‘ซือดะ’ มอบผลิตภัณฑ์ บ้านเด็กกำพร้าบ้านอัซซัยยิดะฮุ นะฟีซะฮุ ซัมสุ (รามคำแหง)ข่าวสังคม447
เคทีซีจับรางวัลสมาชิกผู้โชคดีบินลัดฟ้าสู่ประเทศญี่ปุ่นข่าวสังคม536
‘อิตัลไทยวิศวกรรม’ จับมือพันธมิตร ‘เอสซีจี เคมิคอลส์’ ร่วมฝึกอบรมหลักสูตร CSM - Partnership Program ​​ลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ข่าวสังคม436
เคทีซี ผนึกสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จัดงานเปิดตัว 'บัตรเครดิตเคทีซี –บางกอกแอร์เวย์ส' รูปแบบใหม่ 7 ใบรวด เหนือกว่าทุกความบูธีค ครบจบในบัตรเดียวแบงก์พาณิชย์ 342
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ขอเชิญสำรองที่นั่งด่วน!!! เมื่อสนามแข่งขันธุรกิจมีแค่ตัวจริง ที่อยู่รอด แล้วเราจะต้องปรับตัวอย่างไร มาคิดใหญ่ ปรับไว ไปให้สุด กับงาน... ‘Marketing Day 2018’ 23 พ.ย.นี้ข่าวสังคม385
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จับมือ ห้าง สยาม ทาคาชิมายะ เปิดตัว ‘บัตรเครดิต สยาม ทาคาชิมายะ’ เจาะกลุ่มคนรักไลฟ์สไตล์สุดหรูแบบญี่ปุ่นข่าวสังคม464
เก็บหุ้นเข้าพอร์ตข่าวสังคม498
PTG จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ‘PT Maxnitron Super Challenge 2018’ข่าวสังคม444
The Cube Plus Phahonyothin 56 ปลื้มลูกค้าตอบรับเปิดเฟสใหม่อบอุ่นทำยอดขายปลายปีพุ่งข่าวสังคม411
IRM จัดอบรมพนักงานระดับผู้จัดการข่าวสังคม407
Nimo TV ชี้ ความนิยมอีสปอร์ตในไทยกำลังพุ่งทะยาน เพราะเกมเมอร์เข้าถึงฐานผู้ชมที่กว้างขึ้นข่าวสังคม363
‘ซาบีน่า’ โชว์ข้อมูลผลงาน 9 เดือนเติบโตแข็งแกร่งข่าวสังคม379
Direct Asiaข่าวสังคม394
ทันเกมการลงทุนปี' 62 กับกูรูทิสโก้ข่าวสังคม381
SYS เปิดบ้านต้อนรับชุมชนบ้านแหลมสน ข่าวสังคม395
พานาโซนิค ฉลองครบรอบ 100 ปี เปิดตัวเฟสโปรข่าวสังคม335
ก.ล.ต. สร้างภูมิคุ้มกันแก่ผู้ลงทุนไทย ในงาน SET in the City 2018ข่าวสังคม315
SISB เคาะราคาหุ้น 5.20 บาท พร้อมเข้าเทรดตลาด mai 29 พ.ย.นี้ข่าวสังคม298
‘มหกรรมรถดี น่าใช้ By ภัทรลิสซิ่ง’ ปิดยอดขายได้กว่า 80%ข่าวสังคม344
คันทรี่กรุ๊ป คว้ารางวัล TFEX โบรกเกอร์ แชมป์เปี้ยน อันดับ 2 งาน SET in the City 2018ข่าวสังคม324
TRC พบนักวิเคราะห์ โชว์วิสัยทัศน์ใหม่ข่าวสังคม317
แมนพาวเวอร์ ผนึก ม.เอแบค จัดกิจกรรม ‘แบ่งปันความรู้ในการวางแผนด้านอาชีพสู่ตลาดงานยุคดิจิทัล’ข่าวสังคม343
เปลี่ยนแบรนด์สู่ เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีสข่าวสังคม310
ขอเชิญชมการจัดแสดง 'จักรยานส่วนพระองค์' ในงาน ‘INTERNATIONAL BANGKOK BIKE 2018 ครั้งที่ 12’ข่าวสังคม335
‘เคแบงก์ เซอร์วิส’ จับมือ ‘คาเฟ่ อเมซอน’ เปิดให้บริการรับฝากเงินสาขานำร่องแห่งแรกที่ คาเฟ่ อเมซอน สาขาพีทีที สเตชั่น (เอกมัย-รามอินทรา)ข่าวสังคม310
STI จัดโรดโชว์นักลงทุนที่กรุงเทพฯ คาดเสนอขายหุ้นช่วงปลาย พ.ย.นี้บริษัทจดทะเบียน278
ยูเนี่ยนเพย์ เปิดตัวแคมเปญ UnionPay Celebrating You ให้ลูกค้าได้ฉลองปีใหม่สนุกและคุ้มค่ากว่าเดิมข่าวสังคม283
EKH ฉายภาพQ4 ฟอร์มดีต่อเนื่องบริษัทจดทะเบียน260
ปลูกจิตสำนึกเยาวชนอนุรักษ์เสือโคร่งและสัตว์ป่า ข่าวสังคม244
ซีอีโอ DDD ขายหุ้นให้ 'ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์'เปิดโอกาสให้ผู้บริหารลงทุน แย้มรายได้ปี 62 เติบโตไม่ต่ำกว่า 20%บริษัทจดทะเบียน252
UNHCR ประเทศไทยจัดงานแสดงมุทิตาจิต แด่ ท่าน ว.วชิรเมธี ในฐานะ ‘ผู้อุปถัมภ์ UNHCR ด้านสันติภาพ และความเมตตา’ข่าวสังคม254
SUPER เปิดฉากขายไฟฟ้า Private PPA ให้'อีสวอเตอร์'33. 24 MW สะสมยอด PPA เพิ่ม-วางเป้าอนาคตต้องมีในมือ 1200-1300 MWบริษัทจดทะเบียน234
   

SME

   

CPFxx

   

GSB-Busi

   

ALL-Hoon

   
004413205
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
85
3422
12744
4375405
85908
217804
4413205
Your IP: 54.145.17.37
Tue, 20 Nov 2018 17:52:22 +0000
   
© ALLROUNDER