FacebookTwitterGoogle BookmarksRSS Feed
   

Intuch1

   

BAACx

   

GHBx60

   

Kform18

   
3d slider slice box
   
   


องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ฉลอง 40 ปี ความสำเร็จบนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA)

องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ฉลอง 40 ปี ความสำเร็จบนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย หรือ MTJA ฉลอง 40 ปี การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยและมาเลเซียเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรร่วม เพื่อแสวงประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียม โดยพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ถือเป็นผลงานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ได้รับการชื่นชมจากนานาชาติในเวทีระหว่างประเทศที่สามารถแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ พร้อมเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นต่อไป ผ่านความร่วมมือด้านต่างๆ โดยผู้แทนจากทั้งสองประเทศได้ย้ำถึงความร่วมมือต่อไปในอนาคตภายในงานเฉลิมฉลองความสำเร็จวันนี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ประเทศไทยและมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน มีการแบ่งปันความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมสังคมและประวัติศาสตร์ มานานหลายศตวรรษ ด้วยจิตวิญญาณของมิตรภาพและความร่วมมือซึ่งกันและกัน ‘องค์กรร่วมมาเลเซีย-ไทยถือเป็นการเริ่มต้นภารกิจอันยิ่งใหญ่ระหว่างสองประเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐบาลในการดูแล สำรวจและแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมบนพื้นฐานของการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเท่าเทียมบนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia – Thailand Joint Development Area : MTJDA) บนพื้นที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร รวมถึงการจัดการค่าใช้จ่ายและผลประโยชน์จากกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วมฯ ภายใต้เงื่อนไขของระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract) เป็นระยะเวลา 50 ปี ซึ่งรัฐบาลทั้งสองรับภาระและแบ่งปันโดยเท่าเทียมกันในสัดส่วน 50:50 นับได้ว่าเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ด้านปิโตรเลียมร่วมกันและแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติจนเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติบนเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งการจัดงานในวันนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายดาโต๊ะ สรี โมฮัมเหม็ด อัซมิน อาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซีย มาเป็นประธานร่วมในการจัดงานดังกล่าวอีกด้วย ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมการร่วมฝ่ายไทย ในองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญและก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยเป็นอย่างมหาศาล เพราะเป็นแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ส่งเข้าประเทศไทยเฉลี่ย 509 ล้าน ลบ. ฟุตต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 16 ของการจัดหาก๊าซ ของประเทศ (3,252 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน) โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือส่วนแรกถูกส่งไปยังจังหวัดสงขลาและโรงไฟฟ้าจะนะจำนวน 163 ล้าน ลบ.ฟุต เพื่อเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขนส่งของภาคใต้ตอนล่างและส่งก๊าซให้กับสถานีบริการ NGV 12 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าจะนะ ถือเป็นแหล่งความมั่นคงให้กับธุรกิจและครัวเรือนของภาคใต้ ส่วนที่สอง ถูกส่งไปยังจังหวัดระยองจำนวน 346 ล้าน ลบ.ฟุต เพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าของภาคกลางและภาคตะวันออก ปัจจุบัน ระยะเวลาความร่วมมือนั้นผ่านไปแล้ว 40 ปี และกำลังจะก้าวเข้าสู่ทศวรรษสุดท้ายภายใต้ข้อตกลง ในปี 2572 จากการประเมินศักยภาพปิโตรเลียม พบว่าในพื้นที่ของ MTJA จะยังคงมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่สามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ไทยและมาเลเซียได้อีกต่อไปไม่น้อยกว่า 20 ปี และ ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางอ้อมสู่ประชาชน ชุมชน ในพื้นที่ใกล้เคียงของทั้งสองประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบและการจ้างแรงงาน กระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นานาประเทศในการแก้ไขปัญหาเรื่องเขตพื้นที่ทับซ้อนในทะเลอย่างเป็นรูปธรรม" ด้าน ตันศรี ดร.ราฮาหมัด บีวี ยู-ซอฟ ประธานกรรมการร่วมฝ่ายมาเลเซียฯ กล่าวว่า องค์การร่วมไทย-มาเลเซีย ได้ดำเนินงานมาถึง 40 ปี ผ่านความร่วมมือที่ดีจากประเทศไทย โดยพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจกันการในแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ตั้งอยู่บนไหล่ทวีปของทั้งสองประเทศ จจุบันบนพื้นที่พัฒนาร่วมนี้มีแหล่งผลิตปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ จำนวน 3 แปลง ได้แก่ แปลง A-18 , แปลง B-17& C-19 และ B-17-01 ซึ่งมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจหลายด้าน ทั้งการสร้างงานให้กับผู้คนได้มากกว่า 50,000 ตำแหน่ง สนับสนุนทุนวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยทั้งในมาเลเซียและไทยจำนวน 16 โครงการมากกว่า 25 ล้านเหรียญสหรัฐ และข้อมูลในปี 2562 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถผลิตก๊าซธรรมชาติตามสัญญาได้เฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ผลิตคอนเดนเสทเฉลี่ยประมาณ 16,700 บาร์เรลต่อวัน รวมรายได้ที่เกิดขึ้นระหว่างสองประเทศประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่นอกจากรายได้ที่เกิดขึ้นนี้ยังมี 'ผลกำไรที่จับต้องไม่ได้' ที่เกิดขึ้นกับทั้งสองฝ่าย คือการแลกเปลี่ยนความรู้การสร้างทักษะ กำลังการผลิต และการเติบโตของฐานการวิจัยที่แข็งแกร่งในแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ หลังจากครบ 50 ปีของการลงนามบันทึกความเข้าใจในปี พ.ศ. 2572 ทั้งสองประเทศเชื่อมั่นว่าจะยังดำเนินการความร่วมมือต่อไปได้ ด้วยการขยายขอบเขตการทำงานที่มากขึ้น เพื่อยกระดับและสภาพความเป็นอยู่ วิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ สร้างการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เหล่านี้ได้โดยตรง และยังมีแนวโน้มที่จะขยายความร่วมมือเช่นเดียวกันนี้ไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียนด้วยเช่นกัน" นอกจากการพัฒนาด้านพลังงานแล้ว ระหว่างสองประเทศยังมีกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ทั้งระยะสั้นและระยะยาวสำหรับสังคมและชุมชนในรูปแบบกองทุนที่จัดตั้งโดย MTJA ที่ทำการวิจัยเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด สร้างการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยหลังจากนี้จะเป็นการดำเนินงานในเชิงลึกมากขึ้น สร้างการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการเรียนรู้และแบ่งปันความรู้ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปในอนาคตที่จะยึดมั่นในวิถีและแนวคิดเพื่อให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนเช่นกัน ข้อมูลประกอบ: เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2522 ไทยและมาเลเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งองค์กรร่วมเพื่อแสวงประโยชน์จาก ทรัพยากรในพื้นดินใต้ทะเลในบริเวณไหล่ทวีปของทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นบริเวณทับซ้อนเนื้อที่ประมาณ 7,250 ตร.กม. โดยเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า Malaysia – Thailand Joint Development Area (MTJDA) ตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย และต่อมาได้จัดตั้งองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย Malaysia-Thailand Joint Authority อย่างเป็นทางการในปี 2534 เพื่อบริหารและดำเนินงานเกี่ยวกับการสำรวจและพัฒนาแหล่งทรัพยากรใน MTJDA ในนามของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ เพื่อแบ่งผลประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเท่าเทียมกัน ปัจจุบันผู้ได้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิตในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย มี 2 กลุ่ม ดังนี้ - กลุ่มที่ 1 แปลง A-18 : พื้นที่ 3,000 กิโลเมตร ดำเนินการโดย Carigali Hess Operating Company Sdn Bhd. (CHOC) เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท Petronas Carigali จากประเทศมาเลเซียและบริษัท HESS จากประเทศไทย - กลุ่มที่ 2 แปลง B-17 & C-19 และ B-17-01 พื้นที่ 4,250 กิโลเมตร ดำเนินการโดย Carigali-PTTEP Operating Company Sdn.Bhd. (CPOC) เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท Petronas Carigali จากประเทศมาเลเซียและบริษัท ปตท.สผ. จากประเทศไทย ซึ่งต่อมาได้มีการสำรวจพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบหลายแหล่ง ได้แก่ แหล่งมูด้า แหล่งเจงก้า แหล่งตาปี แหล่งอันดาลัส และแหล่งตันจุง เป็นต้น - องค์กรร่วม โดยความเห็นชอบของรัฐบาลทั้งสองประเทศได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับผู้ประกอบการ 2 กลุ่มข้างต้น เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2537 (1994) โดยสัญญามีอายุ 35 ปี Click Donate Support Web

เมืองไทยประกันชีวิต เอาใจคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม'MTL Six Packs Virtual Run & Walk @Chiang Mai'

เมืองไทยประกันชีวิต เอาใจคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม'MTL Six Packs Virtual Run & Walk @Chiang Mai' นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนากิจกรรมเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างรอบด้านแก่ประชาชนทั่วไปผ่านโครงการ 'MTL Six Packs' อย่างต่อเนื่อง และมีการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากลูกค้าและประชาชนทั่วไปสมัครสมาชิกเป็นจำนวนมาก โดยปัจจุบันสมาชิกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.Regular Member คือ สถานะที่จะได้รับทันทีที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกและรับสิทธิประโยชน์มากมาย 2.Premium Member คือ สถานะอัปเกรดจาก Regular Member ที่จะได้รับเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อคุณจะได้สนุกกับสิทธิประโยชน์และกิจกรรมที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ล่าสุด บริษัทฯ ได้เปิดตัวกิจกรรม 'MTL Six Packs Virtual Run & Walk @Chiang Mai'ขึ้น เพียงชวนเพื่อนแล้วจับคู่กันเป็นทีมเข้าแข่งขันสะสมก้าวเดิน เพื่อชิงรางวัลสิทธิ์วิ่งงาน 'เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2019'โดยเงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม ทำได้ง่ายๆ เพียงสมัครสมาชิกแอปพลิเคชัน MTL Six Packs และกรอกข้อมูลที่กำหนดให้ครบถ้วน จากนั้นเชื่อมต่ออุปกรณ์นับก้าวเดินกับแอปพลิเคชัน MTL Six Packs แล้วเข้าไปที่เมนู “การแข่งขัน” กดสมัครเข้าร่วมการแข่งขันและตั้งทีม ทีมละ 2 คน สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน - 4 ตุลาคม 2562 และเริ่มแข่งขันสะสมก้าวเดินตั้งแต่วันที่ 5 - 20 ตุลาคม 2562 ทั้งนี้ สมาชิกในทีมแต่ละท่านจะต้องสะสมระยะทางไม่ต่ำกว่า 50 กิโลเมตร และทีมใดที่ทำระยะทางสะสมครบ 143.33 กิโลเมตร ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด 15 อันดับแรก จะได้รับรางวัลสิทธิ์วิ่งงาน ;เมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน 2019; จำนวน 15 รางวัล รางวัลละ 2 สิทธิ์ รวม 30 สิทธิ์ และรางวัลพิเศษ!! สำหรับผู้เข้าแข่งขันเป็นสมาชิก MTL Six Packs ระดับ Premium ที่เข้าเส้นชัย 3 อันดับแรก จะได้รับสิทธิ์พักที่พักฟรี 2 วัน 1 คืน (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถ เดิน / วิ่ง ที่ไหนก็ได้เพื่อทำการแข่งขัน โดยระบบจะตรวจนับก้าวเดินจากแอปพลิเคชัน ในโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์การนับก้าวเดิน หรือ สายรัดข้อมือ ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันได้ “เรายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิทธิประโยชน์และกิจกรรมต่างๆ ด้านสุขภาพแก่สมาชิก MTL Six Packs ผ่าน 6 องค์ประกอบ (หรือ 6 แพ็ก) อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่กิจกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคปัจจุบันที่ดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'กาย Fit ใจ Fine การเงิน Firm' ที่มุ่งตอกย้ำการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้าน ครบทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการดูแลด้านสุขภาพอย่างครบวงจร (Total Wellness Solution) และมั่นใจว่ากิจกรรมที่เราคัดสรรขึ้นจะตอบโจทย์ได้โดนใจและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีดังเช่นที่ผ่านมา”นายสาระ กล่าว สำหรับ ผู้ที่สนใจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1766 กด 3 หรือดูรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ www.mtlsixpacks.com หมายเหตุ – เงื่อนไขกิจกรรมโครงการฯ เป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด Click Donate Support Web

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ข่าวเด่นวันนี้ 23-9-19

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ข่าวเด่นวันนี้
In The News
ข่าวเด่นวันนี้
(+) GOLD: FPT เทนเดอร์ GOLD ราคา 8.55บ./หุ้น เพื่อเพิกถอนหุ้นGOLDออกจากตลท. (SET)ผลกระทบ ราคาทำเทนเดอร์ฯ ครั้งนี้มากกว่าครั้งที่แล้วคือ 8.50 บาท เล็กน้อย คำแนะนำ นักลงทุนที่มี GOLD ไม่ควรจะพลาดการทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ครั้งสุดท้ายนี้ เพราะหากปล่อยไป สถานะจะเป็นบริษัทนอกตลาดฯ ซึ่งมีข้อเสียที่สำคัญคือ ไม่มีตลาดรองในการซื้อขายหุ้น และไม่จำเป็นต้องรายงานข้อมูลที่สำคัญโดยตรงแล้ว แต่อาจจะผ่านบริษัทแม่คือ GPSC และ FPT ในอนาคต ซึ่งก็ไม่ครบถ้วนเท่ากับตอนที่เป็น บจ.ในตลาดหลักทรัพย์ฯเสียเอง
(+) U: เผย บ.ย่อย ทุ่มเงิน 89.83 ลบ. ซื้อกิจการTrebren Investments เข้าลงทุนในสิทธิการเช่าเพื่อบริหารกิจการโรงแรมในต่างประเทศ (Aspen)
(+) BCPG: ทุ่มเงินกว่า 5.3 พันล้านบาท ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ Nam San 3A ในสปป.ลาว กำลังการผลิตรวม69 เมกะวัตต์ ที่จำหน่ายไฟฟ้าแล้ว คาดโอนหุ้นเสร็จภายในไตรมาส 3/62 ตั้งเป้าขึ้นผู้นำธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในเอเชีย (ข่าวหุ้น)
(+) GPI: "กรังด์ปรีซ์" เตรียมชงบอร์ดขยายงานจัดอีเวนต์นอกเหนือกลุ่มยานยนต์ คาดได้รับอนุมัติภายในไตรมาส 4/62และเริ่มธุรกิจได้ในปี 63 ส่วนผลงานครึ่งปีหลังคาดทรงตัวจากครึ่งปีแรก หลังเศรษฐกิจโลกชะลอตัว-กำลังซื้อในประเทศทรุดจากรับผลกระทบน้ำท่วมอีสาน ขณะที่รายได้ทั้งปี 62 จะพยายามให้โตตามเป้า 10% จากปีก่อน (ข่าวหุ้น)
(+) TPIPP เร่งสรุปซื้อกิจการโรงไฟฟ้าในไทยและต่างประเทศ มั่นใจปลายปีนี้ปิดดีลในไทยอย่างน้อย 1 โครงการ พร้อมเตรียมยื่นประมูลโรงไฟฟ้าขยะ 20 เมกะวัตต์ (ข่าวหุ้น)
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19

บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
กลยุทธ์การลงทุน
น้ำหนักของปัจจัยที่สร้างแรงกดดันหลักวันนี้ เป็นเรื่องของตัวเลขการส่งออกเดือน ส.ค. ที่ติดลบ และการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ถูกตีความทางลบ ขณะที่ปัจจัยหนุนเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งฝ่ายวิจัยประเมินว่าน้ำหนักในทางลบน่าจะมีมากกว่า จึงคาดว่า SET Index ยังอยู่ในช่วงปรับฐานต่อไป กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ไม่มีการปรับพอร์ต Top Picks เลือก PLANB (FV@B 10.40), CK(FV@B 34) และ PTTEP (FV@B 166)
ย้อนรอยตลาดหุ้นไทย …ปรับตัวลงตลอดวัน
วันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตลอดวัน จากการปรับน้ำหนักของ FTSE Russell ที่จะมีผลหลังราคาปิดวันที่ 20 ก.ย. 62และการปรับพอร์ตเพื่อซื้อ AWC ของนักลงทุนรายย่อยและสถาบันฯ ทำให้สุดท้ายปิดที่ระดับ 1636.20 จุด ลดลง 4.46 จุด (-0.27%) มูลค่าการซื้อขาย 6.84 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มที่กดดันตลาดหลักๆ คือ กลุ่มพลังงานได้แก่ BGRIM(-2.38%) GPSC(-1.08%) GULF(-0.33%) EGCO(-3.11%) กลุ่มการเงินเช่น AEONTS(-3.32%) KTC(-2.29%) SAWAD(-1.78%) THANI(-3.50%) และกลุ่มการแพทย์อย่างเช่น BDMS(-0.83%) BH(-4.15%) THG(-4.86%) รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ได้แก่ ADVANC(-0.89%) และ CPALL(-0.61%) เป็นต้น
ภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจยังแสดงสัญญาณการชะลอตัวโดยตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน ส.ค.2562 ที่ประกาศออกมาพบว่าติดลบ 4% YoY ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่าง สหรัฐฯ-จีน ถูกตีความออกมาในทางที่เป็นลบ ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ประกอบกับการที่เงินบาทที่เงินบาทแข็งค่าลงมาต่ำกว่า 30.50 บาท/USD ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่อาจทำให้ กนง. พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมวันพุธนี้ (25 ก.ย.2562) สำหรับประเด็นอื่นที่น่าสนใจเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากมีความเป็นไปได้ที่ การกลับมาผลิตน้ำมันในระดับที่เป็นปกติของซาอุฯ อาจไม่สามารถดำเนินการได้ทันภายในสิ้นเดือน ก.ย.2562 ตามที่ประกาศไว้ ขณะที่ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่านก็มีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนผลกระทบจากการที่ AWC ทำ IPO เพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนใน SET ซึ่งฝ่ายวิจัยได้นำเสนอข้อมูลไปในรายงาน Market Talk วันที่ 12 ก.ย. 2562 ปรากฎผลตามที่คาดกล่าวคือเห็นแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มอสังหาฯ และหุ้นใน SET50 ที่อยู่ในลำดับ เกิน 20 ขึ้นไป ซึ่งหากนักลงทุนได้ปฎิบัติตามคำแนะนำตั้งแต่เมื่อ 12 ก.ย. ที่ผ่านมาโดยการลดน้ำหนักหุ้นอสังหาฯ ในพอร์ตออกไปก็น่าจะทำให้ผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนชนะตลาดได้ไม่ยาก ทั้งนี้คาดว่าผลกระทบจากกรณีดังกล่าวจะยังมีต่อ เหตุเพราะนักลงทุนสถาบันจะมีกำหนดจองซื้อหุ้น AWC ในวันที่ 1-3 ต.ค. โดยวันสุดท้ายที่จะเกิดการขายหุ้นและเตรียมเงินพร้อมสำหรับการจองหุ้นดังกล่าวก็น่าจะอยู่ในช่วง พฤหัสบดีที่ 26 ก.ย. หลังจากนั้น เชื่อว่าราคาหุ้นจะค่อยๆ ดีดตัวกลับขึ้นมาได้ กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ฝ่ายวิจัยไม่ได้มีการปรับพอร์ตจำลอง ส่วนหุ้น Top Pick เลือก CP, PLANB และ PTTEP
ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูง หนุนจาก Supply ที่หายไปและความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบโลกยังทรงตัวในระดับสูงและยืนเหนือ 60 เหรียญฯ โดยมีปัจจัยหนุนจากการผลิตน้ำมันจากซาอุดิอาระเบีย หายไปราว 50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดราว 9.8 ล้านบาร์เรล จะกลับมาล่าช้ากว่าที่คาด (อ้างอิงบริษัทน้ำมันระดับโลก อาทิ Rystad และ Fge Energy เผยว่าซาอุจะกลับมาผลิตน้ำมัน 100% ในช่วงปลาย ธ.ค. 2562 ล่าช้ากว่าที่ตลาดคาด) และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตลาดกังวลแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรงระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน
ขณะที่ฝั่ง Demand ระยะสั้น-ยาว กลับมาถูกกดดันอีกครั้ง จากประเด็นเรื่องสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ล่าสุด การเจรจาการค้าของขณะผู้แทนทั้ง 2 ฝั่งยังไม่ได้ฃ้อสรุป (ฝั่งจีนเดินทางกลับเร็วกว่ากำหนด)
โดยรวมปัจจัยฝั่ง Supply มีน้ำหนักมากกว่า ฝั่ง Demand เป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันน้ำมันโลกดูไบ ล่าสุด อยู่ที่ 60.68 เหรียญฯ ASPS เชื่อว่าจะยังทรงตัวในระดับสูงได้อีกระยะหนึ่งบริเวณ 60 เหรียญฯได้ (เฉลี่ยนับตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 62.9 เหรียญฯ สมมติฐานที่ ASPS คาด 60 เหรียญฯ ในปี 2562 และนับจากปี 2563 เป็นต้นไปคาดที่ 65 เหรียญฯ) ยังดีต่อหุ้นพลังงาน PTT และ PTTEP
อินเดียลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 15% จากเดิม 30% ดีต่อ..
วันศุกร์ทีผ่านมาตลาดหุ้นอินเดียปรับเพิ่มขึ้นแรง 5.3% โดยมีปัจจัยหนุนมาจาก รัฐบาลอินเดียได้ประกาศปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบริษัทในประเทศเหลือ 22% (จากเดิม 30% ) ให้มีผลบังคับย้อนหลังใช้ตั้งแต่ เม.ย.62 ขณะที่บริษัทใหม่ที่จัดตั้งธุรกิจขึ้นหลัง 1ต.ค.62จะได้รับสิทธิพิเศษจ่ายภาษีนิติบุคคลเหลือ 15% พื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอินเดียที่ชะลอตัวชัดเจนในงวด 2Q62 ที่ขยายตัว 5% ชะลอจาก 5.3%ใน 1Q62 จาก 6.6% ในงวด 4Q61
(-) โดยรวมเชื่อว่าจะเป็น Sentiment เชิงลบต่อหุ้นในกลุ่มนิคมฯ อาทิ AMATA, WHA เนื่องจากเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติบางส่วนมีโอกาสถูกย้ายไปลงทุนในอินเดียจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ลดลงดังกล่าว และหากพิจารณาภาพแวดล้อมอื่นๆของอินเดีย เมื่อเทียบกับไทย อาทิ การเติบโตของเศรษฐกิจ(GDP Growth) ที่สูง 7.2%ในปี 2561 VS. ไทย 4.1%, จำนวนประชากรในวัยแรงงานที่มากกว่า, ค่าจ้างขั้นต่ำที่ถูกกว่า เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไทยยังมีจุดแข็งเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านคือ แรงงานมีทักษะ, ระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลกจิสติกสะดวกและพร้อมมากกว่า เป็นต้น
(+) ขณะที่ผลบวกต่อผู้ประกอบการไทย ที่มีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมในประเทศอินเดีย อาทิ CPF, TU, DELTA, MAKRO, EPG และ AH แต่แทบไม่มีนัยต่อประมาณฯ สรุปได้ดังนี้
CPF(BuyFV@B35) มีบ. ย่อย (ถือหุ้น 99.99%)ประกอบธุรกิจไก่ครบวงจรและธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศอินเดีย มีฐานรายได้ในประเทศอินเดียราว 2 หมื่นล้านบาท หรือราว 4% ของรายได้รวม และคาดจะมีกำไรสุทธิปี 2562 ราว 500 ล้านบาท ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการปรับลดภาษีราว 40 ล้านบาท หรือเพียง 0.2% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ของ CPF
TU (BuyFV@B23) มี บ.ร่วมในประเทศอินเดีย (Avanti Feeds ซึ่ง TU ถือหุ้น 24.6% และ Avanti Frozen Foods ซึ่ง TU ถือหุ้น 54% แต่ไม่มีอำนาจควบคุม) ประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารกุ้งและแปรรูปกุ้ง โดยคาด TU รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปี 2562 ราว 340 ล้านบาท ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการปรับลดภาษีราว 27 ล้านบาท หรือเพียง 0.7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ของ TU
DELTA(Sell FV@B53) มี บ. ย่อย (ถือหุ้น 100%) ประกอบธุรกิจผลิตอุปกรณ์แปลงไฟฟ้า (Power supply) ในประเทศอินเดีย มีฐานรายได้ในประเทศอินเดียราว 7.5 พันล้านบาท หรือราว 14% ของรายได้รวม และคาดจะมีกำไรสุทธิปี 2562 ราว 300 ล้านบาท ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการปรับลดภาษีราว 24 ล้านบาท หรือเพียง 0.6% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 ของ DELTA
MAKRO(Switch FV@B 33.50) มี บ. ย่อย CP Wholesale ในประเทศอินเดีย (ถือหุ้น 99.99%) ระยะสั้น-กลาง ยังไม่ได้ส่งผลบวก เนื่องจากยังขาดทุนอยู่
EPG (Switch FV@B 5.90) มี บ.ร่วมในประเทศอินเดีย รับรู้รายได้ตามส่วนแบ่งกำไร คิดเป็นราว 0.8% ของฐานกำไร EPG
AH (Switch FV@B 16.00) มี บ. ร่วม SGAH (ถือหุ้น 49.99%) มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศอินเดีย เดิมรับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไร อย่างไรก็ตามสถานะของ SGAH ยังอยู่ระหว่างกระบวนที่ AH เรียกร้องหลักประกัน (หุ้นส่วนที่เหลือ 50.01%) วงเงินให้กู้ยืมแก่ SGAH จึงแนะนำรอกระบวกการดังกล่าวเสร็จสิ้นค่อยเข้าลงทุนจะเหมาะสมกว่า
ส่งออกไทยเดือน ส.ค. หดตัว 4% และคาดหดตัวถึงสิ้นปี 2562
ยอดส่งออกไทยเดือน ส.ค. 2562 ที่ 2.19 หมื่นล้านเหรียญ พลิกกลับมาหดตัว 4%yoy (ตลาดคาดหดตัว 2%) จากผลกระทบของสงครามการค้าสหรัฐกับจีนใน 3 รอบที่ผ่านมา และเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคราว 6%นับตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้การส่งออกสินค้าสำคัญ 10 อันดับแรกหดตัว อาทิ รถยนต์และส่วนประกอบหดตัวแรง 12.6% เทียบกับเดือน ก.ค. ที่หดตัว 2.9%, คอมพิวเตอร์ หดตัว 10.5% (เดือน ก.ค. หดตัว 5.9%),เม็ดพลาสติก หดตัว 18.4% (เดือน ก.ค. หดตัว 5.6%), แผงวงจรไฟฟ้า หดตัว 14.3% (เดือน ก.ค. หดตัว 10.5%), เคมีภัณฑ์หดตัว 22.3% (เดือน ก.ค. หดตัว 20.3%) เป็นต้น ขณะที่การส่งออกทองคำยังขยายตัวสูงที่ 378% จากราคาทองที่ทรงตัในระดับสูง ตามความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งหากหักทองคำออก การส่งออกเดือน ส.ค. จะหดตัว 9.8%เช่นเดียวกับตลาดส่งออกสำคัญยังหดตัว คือ จีน ตลาดส่งออกอันดับ 1 ราว 12.2%ของตลาดส่งออกรวมหดตัว 2.7%, ญี่ปุ่นอันดับ 3 หดตัว 1.2%, และตลาดที่หดตัวแรง คือ ประเทศในภูมิภาค คือ ฮ่องกง หดตัว 6.5%, เวียดนามหดตัว 19%, มาเลเซีย หดตัว 37.3% เป็นต้น ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐ อันดับ 2 ยังขยายตัว 5.9% เพราะสินค้าไทยบางส่วนสามารถทดแทนสินค้าจากจีนได้
โดยรวมทำให้ยอดส่งออกเฉลี่ย 8M62 หดตัว 2.2% เทียบกับที่ ASPS คาดหดตัว 3% ในปี 2562 โดยแนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 4 เดือน คือ ก.ย.-ธ.ค.62 ASPS เชื่อว่าจะยังหดตัวในต่อจากฐานที่สูงในปี 2561 แต่เชื่อว่าจะหดตัวในอัตราที่ลดลงในช่วง พ.ย.-ธ.ค.62
ขณะที่การนำเข้าเดือน ส.ค.มูลค่า 1.99 หมื่นล้านเหรียญ พลิกกลับมาหดตัว 14.6% หลักๆ เป็นผลของการนำเข้าสินค้าทุน และสินค้าวัตถุดิบหดตัวตามการส่งออก เช่น เครื่องจักรกล และเครื่องจักรไฟฟ้า หดตัว 5.9% และ 17.6% ตามลำดับ, เคมีภัณฑ์ หดตัว 11%, เหล็ก หดตัว 16.8% เป็นต้น
โดยรวม ASPS เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยที่ส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คิดราว 68%ของ GDP ชะลอตัวแรงดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐที่ทยอยออกมาในตั้งแต่เดือน ส.ค. มีเม็ดเงินที่เข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เพียงพอ ทำให้ยังสนับสนุนความเชื่อ กนง. มีโอกาสพิจารณา ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก 1 ครั้งราว 0.25% ในการประชุมที่เหลืออีก 3 ครั้งของปีนี้ แต่ให้น้ำหนักไปที่รอบ 25 ก.ย.
กระแสหุ้นกลุ่มรับเหมากลับมา ชอบ CK
ความคืบหน้าของโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม. เศรษฐกิจ) มีมติรับทราบโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท และขั้นตอนต่อไปจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม. ชุดใหญ่) ต่อไปในอีก 2 สัปดาห์ (ประมาณช่วงต้นเดือน ต.ค. 2562)
ทั้งนี้ แม้ว่าโครงการดังกล่าวยังมีโอกาสล่าช้าไปบ้าง ตามกระบวนการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2563 ที่มีแนวโน้มล่าช้า แต่ในระยะสั้น ASPS เชื่อว่าน่าจะเป็น Sentiment บวกกับหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น CK(FV@B 34.0) โดยราคาหุ้นยังมี Upside เปิดกว้างถึง 43.5% cและราคายัง Laggard ตลาดอยู่มาก (SET Index 4.6%ytd ขณะที่ CK -5.2%ytd)
AWC Impact (พาร์ท 2)
ฝ่ายวิจัยฯ เคยนำเสนอบทวิเคราะห์เกี่ยวกับ AWC (ใน Market Talk ในวันที่ 12 ก.ย. 2562) ทั้งเรื่องได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการเข้าคำนวณในดัชนี SET50, SET100 ระหว่างรอบคำนวณ รวมถึงผลกระทบจากการปรับพอร์ตเตรียมซื้อหุ้น AWC ก่อนที่จะเข้าตลาดฯ ของนักลงทุนทั่วไปและกองทุน วันนี้ผลกระทบดังกล่าวเริ่มเห็นชัดขึ้น (ฝ่ายวิจัยปรับหุ้นอสังหาฯ 3 บริษัท SPALI, AMATA, FPT ออกจากพอร์ตจำลองชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย.จนถึงวันนี้ หุ้นทั้ง 3 ปรับตัวลดลง 3.8%, 3.1% และ 1.1% ตามลำดับ) สะท้อนได้จากนักลงทุนสถาบันฯ ขายหุ้นไทยหนักต่อเนื่อง 6 วันทำการ ด้วยมูลค่าสูงถึง 1.03 หมื่นล้านบาท กดดันตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง 1.13%mtd ขณะที่ตลาดหุ้นโลก หรือดัชนี MSCI World ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 3%mtd ส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับพอร์ตเตรียมเงินลงทุนในหุ้น IPO ขนาดใหญ่ AWC
ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงทำการวิเคราห์และแบ่งผลกระทบจากหุ้นยักษ์ใหญ่ AWC เตรียมเข้าซื้อขายในตลาด ดังนี้
• AWC ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นอสังหาฯ โดยมีขนาดใหญ่มากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่มฯ (รองจาก CPN เท่านั้น) และมีสัดส่วนสูงถึง 18% ของกลุ่มฯ ทำให้อาจเห็นการแบ่งเงินลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาฯบางส่วนออกไปลงทุนใน AWC แทนในช่วงนี้ สะท้อนได้จากราคาหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับตัวลงแรงเป็นพิเศษกว่า 4.04%mtd (แรงกว่ากลุ่มอื่นๆ) แต่ด้วย Valuation ที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน จึงถือเป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นอสังหาฯพื้นฐานแกร่ง ราคาถูก เพื่อลงทุนในระยะกลางถึงยาว
• ต้องมีหุ้นบางบริษัทถูกคัดออกจากดัชนี SET50 และ SET100 แทน AWC คือ หุ้นที่มี Market Cap ขนาดเล็กที่สุดในแต่ละดัชนี จะถูกกดดันจากการเตรียมเงินซื้อ AWC โดยข้อมูลล่าสุด พบว่า KKP มี Market Cap 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งน้อยสุดในดัชนี SET50 จึงถูกกดดันและปรับตัวลดลงมาแล้วกว่า 8.28%mtd (ลดลงมากสุดในกล่มธ.พ.) ส่วน BEAUTY มี Market Cap 7.5 พันล้านบาท น้อยสุดในดัชนี SET100 ปรับตัวลดลงกว่า 14.48%mtd
• ล่าสุด AWC มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 19 และมีสัดส่วนราว 1.6% ของหุ้นทั้งหมดใน SET50 และใหญ่กว่าหุ้นที่เล็กสุดใน SET50 เกินกว่า 3 เท่า จึงน่าจะกินส่วนแบ่งเงินลงทุนของหุ้นใน SET50 อื่นๆ อีก และจากการตรวจสอบกองทุนไทยทังประเภท Large Cap และ Passive Fund ที่มีเกณฑ์เทียบวัดเป็นดัชนี SET50 พบว่า มีอยู่ทั้งหมด 36 กองทุน มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันทั้งสิ้น (AUM) 8.83 หมื่นล้านบาท ทำให้คาดว่ามีเม็ดเงินเข้า AWC ราว 1.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นไหลออกจากหุ้นที่หลุดจากดัชนี SET50 ราว 400 ล้านบาท และไหลออกจากหุ้นตัวอื่นๆในดัชนี SET50 ราว 1 พันล้านบาท
• เมื่อ AWC เข้าตลาดฯ มาจะทำให้ Market Cap ของตลาดฯ ใหญ่ขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบกับกำไรที่ยังไม่ถูกรับรู้จากความคาดหวังการเติบโตที่เกิดขึ้นในอนาคต คาดว่าส่งผลให้ SET Index มีการซื้อขายบน PE ที่สูงขึ้นจากเดิมเท่ากับ 16.45 เท่า เป็น 16.63 เท่า และหากตลาดกลับมาซื้อขายบน PE ในระดับปกติจะกดดันให้ตลาดหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงราว 1.07%
ผลกระทบดังกล่าว ยังคงมีอยู่ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันฯมีระยะเวลาการจองซื้อหุ้น AWC ถึงวันที่ 1 – 3 ต.ค. 2562 ซึ่งมี 10 บลจ. ได้สิทธิจองซื้อหุ้น AWC (Cornerstone Investors) รวมกันทั้งสิ้น 1,772 ล้านหุ้น หรือกว่า 1.06 หมื่นล้านบาท ส่วนนักลงทุนทั่วไป ทั้งไทยและต่างประเทศ น่าจะปรับพอร์ตเสร็จไประดับหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีระยะเวลาการจองซื้อหุ้น AWC อยู่วันที่ 25 – 27 ก.ย. 2562 และหลังจาก AWC เข้ามาซื้อขายในตลาดช่วงเดือน ต.ค. 2562 หุ้นตัวอื่นๆ ยังคงถูกกดดันจากการปรับพอร์ตของกองทุนประเภท Index Fund และ Large Cap ที่ลงทุนล้อตามดัชนี SET50
สรุปคือ ปัจจุบันประเด็นเรื่องการปรับดัชนีได้รับความสนใจมากขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้น Big IPO อย่าง AWC ที่ได้เข้าคำนวณในดัชนี SET50, SET100 ระหว่างรอบคำนวณ อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังอยู่ในช่วงที่กองทุนเตรียมเงินลงทุนในหุ้น AWC จึงกดดันหุ้นที่คาดว่าจะถูกคัดออกจากดัชนี SET50 และ SET100 รวมถึงหุ้นกลุ่มอสังหาฯ แต่ด้วย Valuation ที่ไม่เปลี่ยน หากราคาหุ้นพื้นฐานแกร่งย่อตัวลง ถือจังหวะที่ดีในการเข้าสะสมหุ้น เพื่อลงทุนในระยะกลางถึงยาว
เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม,
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน, ปัจจัยทางเทคนิค
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 004132
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 087636
เจิดจรัส แก้วเกื้อ
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วรรณพฤกษ์ โกมลวิทยาธร
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 110506
ภวัต ภัทราพงศ์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์เชิงปริมาณ

บล.เออีซี : Daily Focus 23-9-19

บล.เออีซี : Daily Focus
AECS Daily Focus
---------------------
Market Outlook
• วันนี้คาด SET Index แกว่ง Sideway ในกรอบ 1,625-1,645 จุดเพื่อสร้างฐานการรีบาวด์ โดยมีแรงหนุนในประเทศผ่านการเร่งรัดการลงทุนของโครงการขนาดใหญ่จากที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บวกกับลุ้นการทำ Window Dressing ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส อย่างไรก็ดี แนะนำติดตามผลการประชุมกนง.ที่จะมีขึ้น 25 ก.ย.นี้
• Market Factor
• (-) เจ้าหน้าที่จีนเดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงในต้นเดือน ต.ค. และมีการไปเยือนฟาร์มในสหรัฐฯ ที่เมืองโบซแมน รัฐมอนแทนา และเมืองโอมาฮา รัฐเนแบรสกา อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่จีนได้กลับก่อนกำหนดก่อนที่จะเดินทางไปเยือนรัฐมอนแทนา ทำให้เกิด Sentiment เชิงลบในการเจรจาการค้า
• (watch) จับตาตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สำคัญจะประกาศในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคซีบี ยอดขายบ้านใหม่และ GDP ช่วง 2Q62
• (+) ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจห็นชอบให้กระทรวงคมนาคมดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ภาคตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม มูลค่าการลงทุน 1.22 แสนล้านบาท พร้อมกับติดตามความคืบหน้าของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ทั้ง 44 โครงการ (โพสต์ทูเดย์)
• (watch) ติดตามผลการประชุมของ กนง. วันที่ 25 ก.ย. นี้ ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
• Consensus ปรับลดประมาณการ EPS โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่าเมื่อต้นปี EPS ปี 62 ที่ 115.14 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 99.14 บาท หรือลดลง 13.90%YTD
• Update Flow เมื่อวานศุกร์ที่ผานมาต่างชาติคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 367.61ลบ.ส่งผลภาพรวม MTD ต่างชาติขายสุทธิรวม 6,353.28 ลบ.(ขณะที่รายย่อยและสถาบันซื้อสุทธิรวมกัน 2,478.06 ลบ.)
• Investment Strategy
• สัปดาห์นี้ เราประเมิน SET Index ซึมลงต่อในกรอบ 1,620-1,650 จุด หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่จากต่างประเทศ ขณะที่มีประเด็นที่ต้องติดตามในเรื่อง Trade war, การกลับมาผลิตน้ำมันของซาอุฯ รวมถึงผลการประชุมกนง. (ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์ 12 ท่าน จาก Bloomberg Consensus มองแบงก์ชาติยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.5%) อย่างไรก็ดีอาจมีประเด็นหนุนจากการทำ Window Dressing ในช่วงปลายสัปดาห์ ดังนั้นในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวน และย่อตัวลง เราแนะนำให้นักลงทุนทยอยเก็บหุ้น 4 กลุ่ม ดังนี้
• หุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากแผนกระตุ้น ศก.ของรัฐฯ: แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์และมี Upside ได้แก่ BJC (ช่วง 2H62 คาดเห็นการฟื้นตัวHoHจากการขยายสาขา BigC มากขึ้นจากสาขาทั้งในประเทศ 7 สาขาและสาขาที่กัมพูชา 1 สาขาBigC Food Place 1 สาขาและ Mini BigC ราว 200 สาขา), SEAFCO (แม้ช่วง 2H62 คาดรับรู้งานลดลง แต่ยังมี Backlog 2.3 พัน ลบ. คาด Secured Revenue 100% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ บวกกับยังมี Upside Risk จากงานประมูลใหม่อีก 1.9 หมื่นลบ.), CPALL (ช่วง 3Q62 แม้เข้าสู่ Low Season แต่ด้วยการจัดโปรโมชั่น แสตมป์จัดหนักกระตุ้นยอดขาย และการได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำของปีก่อนจะหนุน SSSG เติบโตต่อเนื่อง พร้อมยังคงเป้าขยายสาขาร้านสะดวกซื้อปีนี้ที่ 700 สาขา), ERW (ช่วง 2H62 หลังคาดฟื้นตัวจากปัจจัยฤดูกาล บวกกับการกลับมาเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่ง อีกทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจาก ครม.และมีสัญญาณฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวชาวจีน หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเดือน ส.ค. โต 15.6%YoY)
• กลุ่ม Defensive Stock: เราเลือกหุ้นที่มีอัตราจ่ายปันผลน่าดึงดูดบวกกับกำไรช่วง 2H62 มีแนวโน้มโตดี แนะนำ ASK (ช่วง 2H62 คาดกำไรสุทธิมีแนวโน้มโตต่อ หนุนด้วยสินเชื่อรถพาณิชย์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามงานก่อสร้างภาครัฐฯที่จะทยอยเร่งตัวขึ้นบวกกับคาดได้ประโยชน์จากการทยอยเปลี่ยนรถตู้เป็นรถมินิบัสของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะตามมาตรการของ ขสมก.
• กลุ่มที่คาดผลดำเนินงานมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง: เหมาะกับการทยอยซื้อสะสม โดยเน้นหุ้นที่กำไรช่วง 2Q62 คาดโต YoYและช่วง 2H62 โตต่อ แนะนำ SAWAD (คาดกำไรปี62 โต 30.8%YoY หนุนด้วยเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 20-30% และอีก 300 สาขา, Asset Yield ฟื้นตัวตามสัดส่วนการรับรู้รายได้ผ่านสัญญาเงินกู้ผ่าน BFIT ที่มากขึ้นโดยล่าสุด SAWAD รายงานการถือครองหุ้น BFIT หลัง Tender Offer ที่ 82.04% บวกกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตร), SELIC (คาดปี 62 เห็นการ Turnaround ของกำไรหลังเริ่มรวมงบการเงินกับ PMCT ซึ่งคาดเห็น Synergy ชัดเจนขึ้นจากการพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่), III (ช่วง 2Q62 กำไรโต 45.8%YoY หนุนด้วยธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและธุรกิจบริหารจัดการโลจิสติกส์ บวกกับมีส่วนแบ่งกำไรที่โต 364%YoY จากธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการสิงคโปร์และฮ่องกงในปี 61-62 ตามลำดับ)
• หุ้นที่ได้ประโยชน์จากน้ำท่วมในภาคเหนือ/อีสาน: เราเลือก SPC, DOHOME, GLOBAL, DCC
• Trading Idea
• GFPT: ได้อานิสงส์จากโรคอหิวาหมู (ASF) ที่ระบาดในจ.เชียงรายบวกกับคาดกำไรช่วง 3Q62 โตทั้ง YoYและ QoQ หนุนด้วยปริมาณการส่งออกไก่ไปจีนที่เติบโต บวกกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง
• กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง : แนะนำเก็งกำไร หลังครม.เศรษฐกิจจะมีการประชุมในวันที่ 20 ก.ย.โดยเน้นประเด็นในเรื่องของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและ Mega Project เราเลือก CK, STEC ซึ่งมีโอกาสเข้าร่วมประมูลงานขนาดใหญ่ และ SEAFCO ซึ่งมีBacklog secure revenue ในปีนี้แล้วบวกกับรอรับงานจากผู้รับเหมารายใหญ่
20-Sep-19 Change (pts.) 19-Sep-19
SET Index 1,636.20 -4.46 1,640.66
SET50 Index 1,089.04 -1.30 1,090.34
SET100 Index 2,396.38 -5.30 2,401.68
High 1,644.29 Gainers 440
Low 1,627.90 Unchanged 472
Value (Bt m) 68,432.96 Losers 1,080
Volume (*000) 18,650,504
Market Valuation
SET Data 2019F 2020F Long Term
Fwd PER (x) 16.5 14.9 14.9
EPS Growth (%) 13.9 9.3 -0.8
EV/EBITDA (x) 11.8 10.8 10.3
FWD PBV (x) 1.8 1.7 1.6
Dividend Yield (%) 3.1 3.3 3.6
ROE 10.7 10.9 11.0
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt 20-Sep-19 WTD MTD YTD
Institution (1,327.22) (9,079.26) (5,900.83) 26,517.81
Proprietary (600.63) (301.78) 3,875.22 11,283.85
Foreign (367.61) (1,133.66) (6,353.30) 75.66
Individual 2,295.47 10,514.69 8,378.91 (37,877.32)
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
จิรภัทร โบสุวรรณ (ID. 040051) Jirapat.b@aecs.com
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932) Patarapon.j@aecs.com
ธีรยุทธ ฤทธิเผ่าพันธุ์ ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์ Data Support / Secretary


   
Title Category Hit
องค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ฉลอง 40 ปี ความสำเร็จบนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA)น้ำมัน-แก๊ส50
เมืองไทยประกันชีวิต เอาใจคนรักสุขภาพ จัดกิจกรรม'MTL Six Packs Virtual Run & Walk @Chiang Mai'ประกัน11
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : ข่าวเด่นวันนี้ 23-9-19บทวิเคราะห์48
บล.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์385
บล.เออีซี : Daily Focus 23-9-19บทวิเคราะห์43
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : TIGER PICKS 23-9-19บทวิเคราะห์404
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์46
บล.ทิสโก้ : M a r k e t I n s i g h t 23-9-19บทวิเคราะห์50
บล.ทิสโก้ : ECONOMICS : ส่งออกเดือน ส.ค. อ่อนแอ ท่ามกลางแนวโน้มเศรษฐกิจโลกไม่สดใสบทวิเคราะห์49
บล.ทิสโก้ : NewsBrief 23-9-19บทวิเคราะห์88
บล.จีเอ็มโอ-แซด คอม : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์110
บล.ฟิลลิป : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์103
บล.บัวหลวง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์52
บล.เคจีไอ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 23-9-19บทวิเคราะห์56
ดัชนีปิดบ่ายที่ 1,622.79 จุด ลดลง 13.41 จุด ซื้อขาย 45,153.56 ล้านบาทตลาดหลักทรัพย์65
ดัชนีปิดเช้าที่ 1,631.73 จุด ลดลง 4.47 จุด ซื้อขาย 20,869.19 ล้านบาทตลาดหลักทรัพย์62
แนวโน้มดัชนีเช้านี้ลุ้นเกิดเทคนิคเคิลรีบาวด์ เล็งขานรับราคาน้ำมันฟิวเจอร์ปรับขึ้นหลังสหรัฐฯส่งทหารเข้าอ่าวเปอร์เซียเพิ่มหุ้นเด่นวันนี้86
'ปั่นปันรัก พักเมืองรอง'สนามที่ 7'เที่ยวเมืองละโว้'@ลพบุรี คึกคัก รับ Green Seasonกีฬา210
ออมสิน จัด GSB Digital Forum 2019 ติวเข้ม ผู้ประกอบการ SMEs และ SMEs Startup รุ่นใหม่ รับมือการดำเนินธุรกิจยุคดิจิทัลแบงก์พาณิชย์ 146
อยากลงทุน'ทอง' เลือกแบบไหนทำกำไรได้มากกว่าบลจ.195
มาตรการ'ชิมช้อปใช้'เที่ยวได้ทั่วไทย ลงทะเบียนคึกคัก ทยอยลงทะเบียนได้วันละ 1 ล้านคน หลังรับ SMS ยืนยัน ต้องเดินทางภายใน 14 วัน เชื่อมั่นโควตา 10 ล้านคนเพียงพอคลัง140
กูรูทิสโก้ชี้ ‘หุ้น’ อาจถูกเทขายอีกระลอก หาก Fed ไม่ลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตามที่นักลงทุนคาด บล.136
จุรินทร์ ประกาศต่อหน้าชาวสวนปาล์ม เงินส่วนต่างประกันรายได้งวดแรกโอนเข้าบัญชี 1 ต.ค.นี้พาณิชย์144
กรมเจรจาฯ โชว์แผนทำงาน ศึกษาผลดีผลเสีย-รับฟังความเห็น ปูทางฟื้นเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูพาณิชย์155
วิริยะประกันภัย จัดเต็ม! โปรโมชั่นสุดพิเศษ ในงาน ‘สัปดาห์ประกันภัย 62’ประกัน145
กรมพัฒน์ฯ ชี้แจงด่วน หลังถูกกล่าวหา สำนักงานบัญชีที่อยู่ในการดูแล โกงเงินภาษีลูกค้าพาณิชย์148
สมาคมสถาปนิกสยามฯ เตรียมจัดงาน ASA Real Estate Forum 2019 จุดประกายแนวคิดพัฒนาวิชาชีพสถาปนิกอสังหาริมทรัพย์ฯ228
กนอ. พร้อมด้วยพันธมิตรเปิดเวที ‘ECO INNOVATION FORUM 2019’ส่งเสริมเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอุตสาหกรรม162
‘ฟินันเซีย’ เปิดตัวบริการ ‘Wealth Management’ พร้อมตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของบริษัทฯ 7,000 ล้านบาทบล.181
หัวเว่ยเปิดตัวยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ Next Gen และผลิตภัณฑ์ +AI ใหม่ อัดฉีดความอัจฉริยะให้ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ช่วยองค์กรก้าวสู่ความสำเร็จในการทรานสฟอร์มสู่ดิจิทัลอุตสาหกรรม222
ซีพี เฟรชมาร์ท จัดแคมเปญ ‘กินเจ อิ่มคุ้ม สุขใจ’ เอาใจสายบุญ ตลอดเทศกาลกินเจ ปี 2562การตลาด 214
กสทช. จับมือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จัดงานประชุมเชิงปฏิบัติสร้างความรู้เรื่อง Artificial Intelligence (AI) ผลักดันไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลกสทช.220
ครั้งแรกในไทย! เอไอเอส เตรียมนำร่องแพ็กเกจรองรับ 5G ในอนาคต 
ส่งนวัตกรรมแพ็กเกจรายเดือนใหม่ ‘NEXT G Flexi Speed’
 ปรับสปีดได้เองตามต้องการ ให้เน็ตเยอะฟินจุใจ!!!การตลาด 210
Roojai.com (รู้ใจดอทคอม) รุกตลาดประกันรถออนไลน์จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอบริการที่ใช้ง่าย โปร่งใส และราคาประหยัดประกัน223
หนุ่มโสดอึ้ง!กันทั้งรายการ เมื่อสาวโสดใส่ชุดมโนราห์บุก ‘Take me out’บันเทิง294
กฟผ. จับมือ กคช. เปิดตัวบ้านเบอร์ 5 แห่งแรกของประเทศ มุ่งเป้าส่งเสริมที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานให้กับประชาชนทุกกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ฯ297
การก้าวเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานโลกของประเทศเพื่อนบ้าน...จับตาอนาคตอุตสาหกรรมไทยศูนย์วิจัยกสิกรไทย263
‘ไอร่า แอนด์ ไอฟุล’ แต่งตั้ง CEO คนใหม่บริษัทจดทะเบียน456
Netizen เปิดตัวซอฟต์แวร์ ERP Peony เจาะองค์กรขนาดใหญ่ด้วย SAP S/4HANA Peony ชี้ภายใน 5 ปี ธุรกิจวางระบบซอฟต์แวร์คึกคัก หลังพบกว่า 1,000 องค์กรยังใช้ SAP เวอร์ชันเดิมไอที-เทคโนฯ280
กรมบัญชีกลางมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2562 มุ่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐ เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนคลัง313
ก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่ง CPW ระดมทุน 160 ล้านหุ้น เข้าตลาด SET ปีนี้บริษัทจดทะเบียน477
‘ดีป้า’ ปลื้ม 65 ชีวิต สำเร็จหลักสูตรผู้นำยุคใหม่เพื่อการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลรุ่นที่ 1ICT255
เจ.พี. มอร์แกนขยายเครือข่ายข้อมูลระหว่างธนาคารครอบคลุมมากกว่า 300 แห่ง ธนาคารพาณิชย์ไทย 3 แห่งอยู่ในเครือข่ายบล็อกเชนระดับโลกของบริษัท     แบงก์พาณิชย์ 321
DATA คว้ารางวัล โล่เกียรติยศสถานประกอบการประสบความสำเร็จดีเด่นจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขีดความสามารถผลิตปลั๊กไฟ ตอกย้ำคุณภาพสินค้าเกินคาดหมายอุตสาหกรรม79
กรมประมง..เตรียมเปิดบ้านจัดงานแฟร์ 'ชาตินิยมกะพงไทย'(Seabass Fair) เอาใจสายสุขภาพ..นำปลากะพงสด ไร้สาร จากขอบบ่อเกษตรกรส่งตรงถึงผู้บริโภค เกษตร 83
ปิดดีล! โกลบอล แคปปิตอล กรุ๊ป คว้า อาร์เซนอล เป็นพันธมิตรระดับโลก
จีเคเอฟเอ็กซ์ไพรม์ ประเทศไทย เล็งต่อยอดความร่วมมือสู่เมืองไทยบล.71
MRT แจ้งซ้อมจัดการเหตุการณ์ศูนย์ซ่อมบำรุง สายสีน้ำเงิน รถไฟ-รถไฟฟ้า81
ประกันสังคม ห่วงผู้ประกันตนเจ็บป่วยหน้าฝน แนะเข้า รพ.ตามสิทธิประกันสังคมได้ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแรงงาน55
ผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมรวมตัวกันที่กรุงเทพฯ เพื่อการประชุมเอเชีย แปซิฟิค เฮ้าส์ซิ่ง ฟอรั่ม ครั้งที่ 7อสังหาริมทรัพย์ฯ72
สธ. - พม. จับมือสร้างทักษะสุขภาพจิต ดูแลกลุ่มเปราะบาง -ประสบปัญหาทางสังคมการแพทย์-สธ49
   

SME

   

CPFxx

   

GSB-Busi

   

ALL-Hoon

   
005525637
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
178
3713
7941
5487470
100135
146465
5525637
Your IP: 100.26.182.28
Mon, 23 Sep 2019 17:48:04 +0000
   
© ALLROUNDER